Dogfooding: หนึ่งในรูปแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่จะช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์ของเราดียิ่งขึ้น

Product Aug 1, 2020

โลกของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการในปัจจุบันนั้นมีแนวคิดต่าง ๆ เกิดขึ้นใหม่มากมาย เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น Dogfooding ก็เป็นหนึ่งในแนวคิดเหล่านั้นเช่นกัน


Eating your own dog food

Photo by Marek Szturc / Unsplash

Dogfooding หรือ Eating your own dog food เป็นคำศัพท์ที่สื่อถึงการที่องค์กรนั้น ๆ ใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการของตนเองในชีวิตประจำวัน (สถานการณ์จริง)​ เปรียบได้กับบริษัทผลิตอาหารสุนัข ที่หากไม่นำไปทดสอบด้วยตัวเองแล้วก็ไม่มีทางรู้เลยว่ามันจะเป็นอย่างไร และได้แต่หวังว่าเมื่อลูกค้าซื้อไปให้สุนัขของตนแล้วผลตอบรับจะดี

คำ ๆ นี้นั้นจะไม่รวมถึงการจำกัดการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัทคู่แข่งในองค์กร เช่น Coca-Cola อาจไม่อนุญาตให้พนักงานในองค์กรของคนเองดื่ม Pepsi ตัวอย่างที่ยกไปนั้นถือว่าไม่เป็น Dogfooding

Inspired by the light
Photo by Jorge Saavedra / Unsplash

เนื่องจากว่าคำว่า Dogfooding นั้นอาจจะไม่น่าฟังนัก ก็ได้มีคนเสนอคำอื่น ๆ มาใช้อีกมากมาย เช่น Drinking our own champange, Icecreaming, Eating your own cooking ก็ให้เลือกใช้กันได้ตามสะดวก แต่ยังคงไอเดียเดิมเอาไว้

ข้อดีหลัก ๆ ของการนำหลักการนี้ไปใช้ คือ เราจะเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าผู้ใช้ของเรานั้นต้องพบเจอกับอะไรบ้างระหว่างการใช้งาน รวมไปถึงความรู้สึกว่ายังขาดอะไรไปอีกเพื่อนำมาพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของเราดียิ่งขึ้น นอกจากนี้หากเกิดกรณีที่มีข้อผิดพลาดเรายังสามารถรู้ตัว และแก้ไขได้ก่อนอีกด้วย

ในอีกมุมมองหนึ่ง วิธีการนี้ยังเปรียบได้กับสวัสดิการอย่างหนึ่งให้กับพนักงานของตนเองอีกด้วย ด้วยให้การใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กรตนเองได้ฟรี หรือราคาที่ถูกกว่าราคาปกติ


ตัวอย่างองค์กรที่นำไปใช้: Apple

Searching
Photo by KOBU Agency / Unsplash

Apple ขึ้นชื่อในเรื่องของการให้พนักงานใช้ผลิตภัณฑ์ของตนเองมาก ทั้งการมอบส่วนลดต่าง ๆ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้พนักงานซื้อผลิตภัณฑ์ของตนเอง ซึ่งถ้าเป็นพนักงานขายก็จะเข้าใจความรู้สึกของลูกค้า และเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ดียิ่งขึ้น หรือหากเป็นนักพัฒนาก็จะสามารถระบุข้อผิดพลาดต่าง ๆ หรือสิ่งที่สามารถนำไปเพิ่มเพื่อพัฒนา Software ให้ดียิ่งขึ้นได้เช่นกัน


ข้อควรระวัง

Photo by Benn McGuinness / Unsplash

แม้ว่าวิธีนี้จะมีข้อดีมากมาย แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องระวังโดยเฉพาะในเรื่องของ Bias ที่อาจเกิดขึ้นได้จากคนที่พัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้น ๆ ขึ้นมาเอง ถึงแม้ว่าจะสามารถระบุข้อผิดพลาดต่าง ๆ ได้ แต่ก็อาจมองข้ามเรื่องของ Usability ไป เนื่องจากพัฒนาขึ้นมาด้วยตนเองทำให้รู้อยู่แล้วว่าจะเข้าถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้อย่างไรบ้าง

หนึ่งในวิธีแก้ไขก็อาจจะเป็นตัวยอย่างของบริษัท Jetbrains ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนา IDE (โปรแกรมที่ใช้สำหรับพัฒนาโปรแกรม) ที่ใช้วิธีนี้เช่นกัน โดยก่อนที่จะปล่อย Stable version  ก็จะมีการสร้างโปรแกรมขึ้นมาชื่อ EAP (Early Access Program) ให้ผู้ใช้ใช้งานโปรแกรมเวอร์ชันก่อน Stable ได้ฟรี โดยแลกกับการระบุข้อผิดพลาดต่าง ๆ รวมไปถึงการให้ Feedback ในด้านต่าง ๆ ของโปรแกรม เพราะผู้ใช้งานใน EAP จะไม่มี Bias ของนักพัฒนาอย่างแน่นอน


📚 Hope you enjoy reading! 📚


Tags

Pittawat Taveekitworachai

A CS student who passionate about web and mobile technology with the belief that technology can enhance people's life.

Great! You've successfully subscribed.
Great! Next, complete checkout for full access.
Welcome back! You've successfully signed in.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.